Review The Dark Knight Rises: อัศวินรัตติกาลผงาด (2012)

พิมพ์ PDF
บทวิจารณ์หนัง The Dark Knight Rises: อัศวินรัตติกาลผงาด

บทวิจารณ์หนัง The Dark Knight Rises: อัศวินรัตติกาลผงาด

The Dark Knight Rises อัศวินรัตติกาลผงาด ปิดตำนานมนุษย์ค้างคาวไตรภาค และผงาดอย่างสมศักดิ์ศรี

The Dark Knight Rises อัศวินรัตติกาลผงาด
“มีคนหลายคนบอกว่า หนังไตรภาคจะพีคที่สุดในภาคที่ 2 แล้วจะออกมาค่อนข้างแย่ในตอนจบภาคที่ 3 ไม่เราไม่เป็นแบบนั้น” คริสโตเฟอร์ โนแลน เจ้าของประโยคที่กล่าวมาได้บอกเอาไว้ในตอนที่กำลังเตรียมจะฉายตำนานภาคสุดท้ายมนุษย์ค้างคาวของเขา The Dark Knight Rises 
“ผมมีไอเดียที่ว่า ในเมื่อมันเป็นตอนสุดท้ายแล้ว เรามากระหน่ำให้มันระเบิดตูมตามกันไปเลยดีกว่า” โจนาธาน โนแลน น้องชายของ คริส โนแลน ที่ร่วมเขียนบทหนังกับพี่ชายมาตลอด
หลังจากที่ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงใน Batman and Robin ตัวละครแบทแมน ก็กลับมีลมหายใจในโลกภาพยนตร์อีกครั้งกับ Batman Begins ในปี 2005 โดยฝีมือผู้กำกับหนังอินดี้ฟอร์มเล็กๆ อย่าง คริสโตเฟอร์ โนแลน ที่เปิดตำนานใหม่ของ มนุษย์ค้างคาว ที่เรียกได้ว่ากำเนิดต้นเรื่องได้อย่างเต็มภาคภูมิ
 Bruce Wayne (บรูซเวย์น)
หลังจากนั้นในปี 2008 หรืออีก 3 ปีต่อมา The Dark Knight เรื่องราวภาคต่อที่ต้องสร้าง เพราะภาคแรกทิ้งเชื้อเอาไว้แล้วว่า ศัตรูวายร้ายตลอดกาลอย่าง โจ๊กเกอร์ ต้องมาปะทะกับ แบทแมน อย่างแน่นอน แล้วมันก็เป็นจริง จุดประกายให้เกิดกระแส แบทแมนฟีเวอร์ (มากขึ้นกว่าเดิม) โกยรายได้ทะลุหลัก 1000 ล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมทั้งคำวิจารณ์ที่ว่าเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่ดีที่สุดที่เคยสร้างมา แน่นอนว่า คริสโตเฟอร์ โนแลน คือผู้อยู่เบื้องหลัง
 
ทุกการเดินทางก็ต้องมีจุดสิ้นสุด คริสโตเฟอร์ โนแลน ก็คงมองเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่ มนุษย์ค้างคาว ฉบับของเขาต้องได้เวลาปิดฉากลงใน The Dark Knight Rises อัศวินรัตติกาลผงาด
นับเป็นเวลา 8 ปี ที่อัศวินรัตติกาลหายตัวไปในเงามืด เพื่อให้ชาวเมืองกอธแฮมเข้าใจว่า เขาเป็นคนฆ่า ฮาร์วี เดนท์ อัยการเขตที่พยายามดันกฏหมายว่าด้วยการปราบปรามอาชญากรรมในเมืองกอธแฮม เพราะเมื่อ เดนท์ ตายไป กฎหมายนี้จะได้ใช้แบบจริงจังเสียที ความลับนี้มีเพียง อธิบดีกอร์นดอน เท่านั้นที่รู้เรื่องนี้ด้วย
 Bruce Wayne (บรูซเวย์น)
มหาเศรษฐีบรูซ เวย์น ไม่มีใครเห็นเขาอีกเลยตั้งแต่วันที่ แบทแมน หายตัวไป เขาเก็บตัวอยู่ในคฤหาสน์เวย์น มีเพียงอัลเฟรด คนรับใช้คนสนิทเพียงคนเดียวเท่านั้นที่คอยอยู่เคียงข้างเขาเสมอ
นับตั้งแต่เขาหายตัวไป บริษัทเวนย์ เอนเตอร์ไพร์ซ ก็ขาดทุนลงอย่างน่าใจหาย โครงการเครื่องฟิวชัน เพื่อการเป็นพลังงานรักษ์โลก เป็นหนทางเดียวที่จะทำให้บริษัทมีกำไร แต่เขาไม่ยอมเปิดใช้งานมันเพราะเกรงว่าจะกลายเป็นระเบิดปรมาณูได้เช่นกัน โครงการนี้มีเศรษฐินีอย่าง มิแรนด้า เทด คอยสนับสนุนอย่างยิ่งยวด พร้อมกับพยายามจะเข้าพบ บรูซ ให้ได้ หาแธอสามารถหาโอกาสนั้นเจอ
 Selina Kyle (เซลิน่า ไคล์)
แต่แล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนไปกับการมาของ นางแมวขโมย นามเซลีนา ไคล์ โผล่มานำเอาลายนิ้วมือของ บรูซ ไป ซึ่งเขาต้องตกใจที่ว่า ทักษะการจารกรรมของเธอมันเกินกว่าที่โจรกระจอกๆจะทำได้ แล้วเธอทำไปทำไม ทำเพื่อใคร แต่เธอมาพร้อมกับคำเตือนที่ว่า “พายุกำลังจะมาค่ะ คุณเวย์น”
 Bane (เบน)
แล้วพายุลูกที่ว่าก็มาจริงๆ เบน บุรุษลึกลับผู้สวมหน้ากากสำหรับลดความเจ็บปวดจากอาการบาดเจ็บที่เขาได้พบเจอมาในอดีต ได้มาถึงที่กอธแฮม เขาเตรียมกองกำลัง วางแผนอย่างรอบคอบ แผนการที่อาจารย์ของเขาเคยทำพลาดมาแล้วเพราะ แบทแมน อาจารย์ของเขา ราซ อัง กูล เคยพยายามทำลายเมืองกอธแฮม แต่ไม่สำเร็จ เบน จึงมาเพื่อสานต่องานของอาจารย์ให้บรรลุ
 
อธิบดีกอร์ดอน ไปพบเจอ เบน และกองทัพ โดยบังเอิญ เขาหลบหนีออกมาได้ด้วยสภาพบาดเจ็บสาหัส แล้วนำความมาบอกกับ บรูซ เวย์น เมื่อเห็นว่ากอธแฮมกำลังจะเจอกับภัยร้าย แบทแมน จึงกลับมาอีกครั้ง แต่การกลับมาครั้งนี้ ร่างกายของเขาไม่ได้แข็งแรงเหมือนคนหนุ่มอีกต่อไปแล้ว
หลังจากถูกหลอกโดย นางแมวป่า ให้ไปเจอกับ เบน การปะทะกันครั้งแรก แบทแมน เรียกได้ว่าถูกทำลายย่อยยับ พละกำลัง ความเร็ว ความดุดัน เขาสู้กับ เบน ไม่ได้โดยสิ้นเชง สุดท้าย บรูซ ก็ถูกจับไปจองจำในคุกที่เรียกได้ว่า นรกบนโลกก็ว่าได้
 The Dark Knight Rises: อัศวินรัตติกาลผงาด
เบน เข้าควบคุม กอธแฮม ได้เกือบทั้งหมด ตำรวจถูกควบคุมอยู่ในท่อระบายน้ำใต้เมือง เกิดการจลาจลไปทั่ว พร้อมกันทั้ง อุปกรณ์ฟิวชัน ได้เปลี่ยนมาเป็นระเบิดปรมาณูโดยสมบูรณ์ ในระยะเวลาเพียง 5 เดือน กอธแฮมจะแหลกเป็นจุณ ด้วยระเบิดที่ว่านั้น
ด้วยพลังใจอันเต็มเปี่ยมที่ต้องกู้เมืองกอธแฮมให้ได้ บรูซ ฝึกฝนร่างกายในที่จองจำนั้นอีกครั้ง พร้อมทั้งปีนป่ายออกมาจากหลุมคุกที่ลึกที่สุด แล้วเดินทางมายัง กอธแฮมในฐานะอัศวินรัตติกาล เพื่อปราบปราม เบน
ตัวหนังมีการนำเสนอออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นเดิม แม้ว่า The Dark Knight จะทำได้ยอดเยี่ยม The Dark Knight Rises ก็ได้ยอดเยี่ยมทัดเทียมได้สบายๆ ตัวหนังมีการแทรกเรื่องราวภาคต้นอย่าง Begins และ ภาคที่สอง ลงไปอย่างแนบเนียน เหมือนจะบอกเป็นนัยๆว่า อันนี้ภาคสุดท้ายแล้วน่ะ
 The Dark Knight Rises: อัศวินรัตติกาลผงาด
น่าจะเรียกได้ว่าสูงสุดคืนสู่สามัญก็ได้ เพราะโทนเรื่องราวคล้ายๆกับในภาค Batman Begins พอสมควร ที่มีคนหมายจะทำลายเมืองกอธแฮม ส่วนใน The Dark Knight ตัวร้ายอย่าง โจ๊กเกอร์ ไม่ได้ต้องการทำลายเมืองนี้ เขาเพียงต้องการสร้างความปั่นป่วน โกลาหล สนองความต้องการเท่านั้น
ที่บอกว่ามีกลิ่นอายความเป็น Batman Begins เพราะ ทั้งเมืองตกอยู่ในอันตราย บรูซ ได้ออกเดินทางค้นหาตัวตนอีกครั้งที่นอกเมือง ส่วน The Dark Knight เป็นเรื่องราวทางอาชญากรรมแบบหนักๆเสียมากกว่า แต่หนังก็ไม่ได้ด้อยอะไรลงไปแต่อย่างใดเลย
Tom Hardy (ทอม ฮาร์ดี้) 
ดังที่ โจนาธาน โนแลน บอกเอาไว้ ภาคสุดท้ายก็ทำให้มันระเบิดกันไปเลย ภาคนี้คอหนังแอคชั่นจะสะใจไม่น้อย เพราะมีฉากระเบิด ฉากไล่ล่า การขับเครื่องบิน เดอะแบท สุดตื่นเต้นมาให้ชมอย่างไม่อั้น ยิ่งช่วงท้ายของหนังยิ่งจัดเต็มอย่างสะใจอย่างมาก
ตัวหนังมีฉากการใช้พลังภาพของ IMAX ยาวถึง 72 นาที ซึ่งคนที่ได้ไปรับชมในระบบ IMAX จะสัมผัสได้ถึงความอลังการของฉากบางตอนที่ดูกว้างใหญ่อย่างมาก สวยงามสุดๆ มุมกล้องของหนังก็ไม่ได้ทำให้เวียนหัวแต่อย่างใด ดูได้สบายๆ 
คริสเตียน เบล สวมบทบาทเป็น บรูซ เวย์น/แบทแมน เป็นครั้งที่ 3 แล้ว ทำให้เห็นการพัฒนาการแสดงถึงบุคคลที่ต้องเสียสละตัวเขาเอง เพื่อความสงบของเมืองที่เขารัก แววตาที่ดูเศร้าเพราะที่เขาทำมีแต่จะสร้างความสูญเสียให้ตัวเขาตลอดมา
อัลเฟรด 
ไมเคิล เคน ที่รับบทเป็น อัลเฟรด คนรับใช้คนสนิทของ บรูซ มาคราวนี้ ลุงเคน จัดเต็มจริงๆ แสดงถึงความเป็นห่วงเป็นใย บรูซ อย่างมากถึงขนาดรั้งจะไม่ให้เขาออกไปปราบปรามวายร้าย เพราะกลัวเขาจะไม่กลับมาอีก เชื่อไหมผมร้องไห้ตามแกเลยตอนที่แกบอกว่า “ผมฝังคนตระกูลเวย์นมามากพอแล้ว” แล้วในขณะที่แกพูดตาของแกจะคลอไปด้วยน้ำตา ยิ่งตอนจบ ผมอยากจะให้ลุงแกได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ปี 2013 จริงๆ
 แกร์รี่ โอลด์แมน
แกร์รี่ โอลด์แมน ที่ยังเป็น อธิบดีกอร์ดอน เช่นเดิม คราวนี้เขากลายเป็นผู้บังคับบัญชาแล้ว ได้เห็นการแสดงฉากแอคชั่นมากชึ้น บู๊มากขึ้น การแสดงของลุงแกก็คงไม่ต้องห่วง เพราะ คนเขียนบทโกเยอร์ บอกแล้วว่า คนที่จะมารับบทนี้ต้องเป็น แกร์รี่ โอลด์แมน เท่านั้น ผมประทับใจตอนที่เขถามแบทแมนว่า ตัวจริงคือใคร ซึ่งแบทแมนก็บอกเพียงว่า “ทุกคนเป็นฮีโร่ได้ คุณก็เป็นฮีโร่ที่คอยปลอบเด็กน้อยคนหนึ่งที่พ่อและแม่ถูกฆ่าตาย” แล้วก็มีภาพย้อนอดีต ที่ กอร์ดอน ปลอบ บรูซ เวย์น วัยเด็ก แน่นอนผมน้ำตาไหลในโรง
Morgan Freeman 
มอร์แกน ฟรีแมน รับบท ลูเซียส ฟ๊อกซ์ นักประดิษฐ์ยุทธโธปกรณ์คนเก่ง มาคราวนี้ ป๋าแกจัดเต็ม ได้บู๊กับเขาบ้าง หลังจากอยู่เบื้องหลังมานาน ตัวเขาแฝงไปด้วยอารมณ์ขันเสมอ แม้จะตกอยู่ในภัยร้ายก็ตาม
มาว่ากันที่วายร้ายอย่าง เบน ที่รับบทโดย ทอม ฮาร์ดี้ ที่ไอ้หนุ่มคนนี้ไม่ธรรมดา เขาเคยร่วมงานกับ โนแลน มาแล้วใน Inception ก่อนจะไปกวาดคะแนนการแสดงอันยอดเยี่ยมใน Warrior แม้ เบน จะใส่หน้ากากทั้งเรื่อง แต่เขาเคยบอกไว้ว่า “นี่มันหนังของคริส โนแลน น่ะ ต่อให้เขาบอกให้ผมสวมถุงกระดาษครอบหัวเล่นผมก็ยอม”
 Tom Hardy (ทอม ฮาร์ดี้)
แน่นอนว่าการมาของ เบน ในครั้งนี้ ไม่เหมือนกับในฉบับ Batman and Robin (ที่ตัวนั้นโง่มากๆ) เขาร้ายกาจ แข็งแกร่ง รอบคอบ วางแผน มาอย่างแยบยล ยากนักที่ แบทแมน จะสู้ได้ การปะทะกันครั้งแรก แบทแมน ยับเยินไปหมด เรียกได้ว่าหลังหักเลยทีเดียว
อีกตัวละครที่ไม่ทราบแน่ชัดว่าจะมาดีมาร้ายอย่าง เซลีนา ไคล์/แคทวูแมน ที่มีเป้าหมายของตัวเองก็คือ ต้องการโปรแกรมลบประวัติอาชญากรรมของเธอ เพื่อที่จะมีชีวิติใหม่ รับบทโดย แอน แฮททาเวย์ ที่เซ็กซี่มากๆ แล้วเอาแน่เอานอนไม่ได้ เหมือนแมวจริงๆ
 จอห์น เบลค
จอห์น เบลค รับบทโดย โจเซฟ กอร์ดอน – เลวิทท์ แน่นอนเขาก็ร่วมงานกับ โนแลน มาแล้วใน Inception เขาเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เลือดใหม่ไฟแรง แล้วได้รับความไว้วางใจจาก กอร์ดอน ให้สืบเรื่องราวแทนเขา ในขณะที่เขารักษาตัวในโรงพยาบาล เรียกได้ว่าพ่อหนุ่มโจเซฟ แสดงเรื่องนี้ได้ดีมากๆ โผล่มากี่ทีบทเด่นตลอดเลย
 มิแรนด้า เทด
มาริยง โกติยาร์ท ที่แน่นอนเธอก็เคยร่วมงานกับ โนแลน อีกครั้งใน Inception มาคราวนี้ เธอรับบทเป็น มิแรนด้า เทด ผู้สนับสนุนโครงการฟิวชันรักษ์โลกของ เวย์น เอนเตอร์ไพรซ์ พร้อมทั้งพยายามจะเจอ บรูซ ให้ได้ เธอดูมีเมตตา เป็นคนดีทุกอย่างที่เธอทำเธอทำเพื่อ บรูซ ครับ ทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยมเช่นกัน
นักแสดงสมทบคนอื่นๆ ทำได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่มีใครแย่เลย ฉากการปะทะครั้งใหญ่ของกองกำลังตำรวจ และเหล่ากองทัพเบน ทำได้ออกมาน่าตื่นเต้นมากๆ มันทรงพลังสุดๆ
ว่าถึงฉากระเบิด ตอนที่เกิดการระเบิดไปทั่วเมืองกอธแฮม มันเป็นประสบการณ์การดูหนังที่สุดยอดมากๆ มีระเบิดเป็นจุดๆไปตามเมือง ตามสะพานที่เชื่อมต่อกอธแฮมสู่โลกภายนอก ไฮท์ไลท์เด็ดเลยคือการระเบิดสนามฟุตบอลตามตัวอย่างหนังที่แสดงให้เห็นกันไปแล้ว ยิ่งถ้าได้ดูในระบบ IMAX จะพบกับความสุดยอด
บอกได้เลยว่าตัวหนัง The Dark Knight Rises คือหนังที่มีการปิดเรื่องราวไตรภาคได้ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา จบตำนานการเดินทางอันยิ่งใหญ่ของ มนุษย์ค้างคาว ฉบับ คริสโตเฟอร์ โนแลน ลงได้อย่างยอดเยี่ยมครับ
 
คะแนนเหรอ ผมให้ 100 เต็ม 10 ไปเลยแล้วกันน่ะ
 

Spoile: สปอยล์

  • หากคุณเป็นแฟนการ์ตูนแบทแมน คุณจะกระจ่างในอะไรหลายๆอย่างแบบรวดเร็ว โดยที่หนังไม่ต้องบอก
  • จอห์น เบลค ไม่ใช่ชื่อเต็ม แต่ชื่อเต็มจะมีคำว่า โรบิน
  • แน่นอนว่าตอนจบ บรูซ เวย์น/แบทแมน ไม่ตาย แล้วมอบภารกิจการเป็น แบทแมน ให้กับ จอห์น เบลค รับช่วงต่อไป
  • มิแรนด้า เทด หรือนักอ่านการ์ตูนจะรู้ว่าเธอคือ ธาเลีย อังกูล ลูกสาวของ ราซ อังกูล และในฉบับภาพยนตร์เธอก็กลายเป็น ธาเลีย อังกูล จริงๆ
  • เบน ไม่ใช่ตัวร้ายเพียงตัวเดียว แล้วเรียกได้ว่า เขาไม่ได้เป็นผู้วางแผนจะทำลายเมือง เขามีคนที่ชักใยเบื้องหลังอีก ซึ่งคนนั้นก็คือ ธาเลีย อังกูล นั้นเอง 
  • มีหลายอย่างที่ดึงความเป็นการ์ตูนออกมา เบน หักหลัง แบทแมน เหมือนในการ์ตูน แต่ก็ได้รับการรักษา ก่อนจะกลับมาผงาด
  • อัลเฟรด มีบทในช่วงแรกๆ และช่วงท้ายๆ

 รายละเอียดเพิ่มเติม:

Review by: ทับแก้วสาม [nangnadoo]  

ความเห็น (0)Add Comment

เขียนแสดงความเห็น

busy


ลงประกาศ ขาย เช่า ที่อยู่อาศัย

ติดต่อลงโฆษณา

Weekend Box Office

ThaiMovieClub Network



Movie Showtimes

เช็ครอบหนัง
  • Member Login
  • Other Menu

Who's Online

เรามี 93 บุคคลทั่วไป ออนไลน์